หลังจากที่เคยสรรเสริญ AIS มาเมื่อครั้งทำแบบสอบถามบนเว็บไม่รัดกุม ..

คราวนี้ขอมาพูดถึงกันอีกครั้งใน eService แอพบน Android มั่งดีกว่า

โดยส่วนตัวเป็นคนใช้ eService เข้าไปดูนู่นนี่อยู่แล้ว และปกติการเข้าใช้ eService เนี่ย จะต้องรับรหัสทาง SMS .. บางทีก็รำคาญ

แต่แอพ eService บน Android ถือว่ามากลบจุดอ่อตรงนี้ได้ .. ยังไง ?

 

eService App เนี่ยเวลาเราใช้งานนั้นจำเป็นต้องต่อเน็ต ซึ่งมันก็มีสองทางคือไม่ WiFi ก็ 3G (หรือ Edge)

จุดเด่นของแอพก็คือ ถ้าเราต่อเน็ตผ่าน 3G ซึ่งก็วิ่งเข้าเครือข่าย AIS อยู่แล้ว .. ทำให้เราไม่ต้อง Login eService เลย

เพราะ AIS สามารถรู้ได้จาก Sim Card ว่าเบอร์ปัจจุบันของเราเป็นเบอร์อะไร ก็แค่เอาข้อมูลของเบอร์นั้นออกมาให้ดู .. นั่นเอง

แต่ถ้าเราเข้าแอพตอนต่อเน็ตด้วย WiFi .. ก็ต้องรอรับรหัสทาง SMS เหมือนเดิมนั่นเอง

ที่เหลือคือ .. แล้วมันทำอะไรได้บ้าง ?

ต้องบอกว่า .. มันทำอะไรได้น้อยมาากกกกกกก ในเมนูทั้งหมดนั้น บางอันก็เด้งไปเปิดเว็บ .. บางอันก็กดแล้วให้โทร 1175 แทน .. จริงๆ ถ้ายังทำไม่เสร็จก็ไม่น่าใส่เมนูมาให้รกนะ

เมนูเดียวที่จะดูพอมีประโยชน์อยู่บ้าง คือ รายละเอียดการใช้งาน .. ที่จะบอกรายละเอียดย้อนหลังไปในรอบบิลนี้

ส่วนเมนูที่เหลือ .. ไม่ต้องกดไปให้เปลืองแรง .. รอให้เค้าทำเสร็จก่อนค่อยว่ากันดีกว่า .. แถมบางทียังค้างเอาดื้อๆ (ขนาดโปรแกรไม่ค่อยมีไรนะเนี่ย

 

ตัดจบเอาดื้อๆ ..

อ้อ แถมอีกรูปว่า ถ้าไม่ได้ต่อ 3G จะเจอหน้า Login แบบนี้ .. แล้วก็รอ SMS ตามระเบียบ (ถ้ายากขนาดนี้ ใช้ผ่านคอมฯธรรมดาเหอะ)

 

ได้เวลาเสียตังค์กันอีกแล้วว ..

จริงๆต้องขอเกริ่นก่อนว่าแอพตัวที่จะพูดถึงวันนี้ เป็นแอพที่แอบเล็งไว้ตั้งแต่ก่อนซื้อมือถือแล้ว (สมัยนั้นมันยังฟรีอยู่เลย)

แล้วอยู่ๆมันก็หายจาก Market ไปพักนึง .. สุดท้ายมันก็กลับมาแล้วว

แอพที่ว่าคือ  Locale  

สิ่งที่แอพตัวนี้ทำ เป็นอะไรที่พื้นฐานมากๆคือการตั้งค่าต่างๆของเครื่องตามสภาพแวดล้อม .. ยกตัวอย่างเช่น สั่งให้ปิดเสียงตอนอยู่ที่ทำงาน สั่งให้เปิด WiFi ตอนอยู่บ้าน .. ปรับความสว่างหน้าจอตอนออกไปข้างนอก เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งมือถือมันควรจะทำได้ตั้งแต่เกิดแล้วว

 

ไหนๆ ก็เคยพูดถึงการซื้อของในแอพของแอนดรอยด์ (In-app Purchase) ไปแล้ว คราวนี้เลยลองว่าด้วยการซื้อแอพจาก Android Market บนมือถือดูบ้าง

ในที่นี่ผมได้ผูกบัตรเครดิตกับ Google Checkout ไว้แล้วจึงไม่เห็นหน้าจอการตั้งค่า Google Checkout แต่รายละเอียดตรงนั้นไม่ยาก ลองทำตามๆคำแนะนำแป๊บเดียวก็ได้

ขั้นแรกก็เข้าไปที่แอพที่จะซื้อใน Android Market … จะเห็นราคาเป็นเงินบาทอยู่ในปุ่มสีน้ำเงินด้านบนขวา .. ต้องบอกก่อนว่าราคาตรงนี้เป็นราคาประมาณ แปลงมาจาก US Dollars ซึ่งเวลาคิดเงินจะเป็นเป็น $ แล้วบัตรเครดิตจะไปแปลงอีกทีตามค่าเงิน ณ สิ้นสุดวันนั้น

          

 

ขั้นต่อมาก็แค่กดปุ่มสีฟ้าที่ว่า .. ถือว่าเริ่มขั้นตอนซื้อ

ให้เช็ครายละเอียดกูเกิลแอคเคาท์กับบัตรเครดิต.. แล้วกด Accept & buy ซักแป๊บมันก็จะตรวจสอบแล้ว Download มาลงเองโดยอัตโนมัติ

พอดาวโหลดเสร็ตจะเห็นหน้าจอเหมือนด้านล่าง คือมีปุ่มให้เปิดแอพ .. หรือจะขอคืนเงิน (Refund) ซึ่งเราสามารถขอคืนเงินได้ภายใน 15 นาทีหลังจากกดซื้อ (เอาเข้าจริงๆ 15 นาทีนี่แทบยังไม่ค่อยได้ใช้เลย)  .. ก็เป็นอันเสร็จการซื้อแอพ (ง่ายเกิ๊น)

จบเรื่องรายละเอียดการซื้อ … มาลองดูตัวแอพกันบ้างว่ามันทำอะไรได้บ้าง ?

 

เข้าหน้าแรกมาจะเจอกับหน้าจอ Situation .. เอาไว้ดูว่าเราตั้งค่าไว้กี่สภาพแวดล้อม (ฟังดูแปลกๆเนอะ)  .. ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่มีเลย

สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือ กด Add Situation .. เพื่อตั้งค่าตามสถานการณ์ต่างๆ

ซึ่งการตั้งค่าก็จะมีสองส่วน ส่วนแรกคือเงื่อนไข (condition) เพื่อเช็คสภาพแวดล้อม ว่า พิกัด GPS เข้าข่ายรึเปล่า เช็ค WiFi เช็คเวลา ไรเงี้ย

         

อีกค่า คือค่าที่จะให้ปรับ (setting) ว่า ถ้าเข้าเงื่อนไขแล้วจะให้ปรับอะไร บ้าง เช่น ปรับแสง เปลี่ยนริงโทน ปิดสั่น เปิด WiFi เป็นต้น

                     

เมื่อเราตั้งค่าเสร็จกด Save ก็เป็นอันเสร็จสิ้น …  ซึ่งเราสามารถเพิ่มตัว Situation ได้เรื่อยๆตามแต่เราต้องการ ที่บ้าน ที่ทำงาน วัด เจอ WiFi คว่ำโทรศัพท์ ตอนกลางคืน ไรเงี้ย ตามสะดวก

พอเราสร้าง Situation แรกเสร็จ ตัวโปรแกรมจะขึ้นมาให้เราสร้าง Default Situation .. เพราะเวลาไม่เข้าข่าย Condition ไหนเลย .. โปรแกรมจะเปลี่ยนเครื่องเราให้กลับเป็น Default .. เพราะฉะนั้นค่านี้ก็คือค่าเดิมๆของเครื่องเราที่เราอยากให้เป็นตลอดเวลานั่นเอง

เมื่อเราตั้งค่าของ Default Situation เสร็จก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ ที่เหลือก็ให้มันทำหน้าที่ของมัน … เราก็จะได้ไม่ต้องคอยระวังว่าเวลางานจะทำให้เสียงโทรศัพท์รบกวนคนอื่น หรือเวลาออกมาข้างนอกแล้วก็ลืมเปิดเสียงจนไม่ได้ยิน .. ราคาก็ตกประมาณ 120 กว่าบาท คุ้มอยู่นะ :)

 

อ้อ .. อีกอย่างนึง เนื่องจากแอพนี้มีมานานมากก ตั้งแต่ยุคแรกๆเลย แล้วคนพัฒนาก็ทำให้รองรับ Plugin ได้ด้วย แปลว่าเราสามารถลง Plugin เพื่อเพิ่ม Condition / เพิ่ม Setting ได้ด้วย เช่น มี Plugin Twitter ให้ลองเล่น .. พอเราถึงที่ทำงาน (เช็คกับ GPS) ก็ให้ทวีตทันทีไรเงี้ย (โรคจิตเกิ๊น)

ซึ่งตัว Plugin มีให้ลองเล่นเพียบเลย ทั้งฟรีและเสียตังค์ .. ลองเล่นกันดูนะคร๊าบบ :)

 

Summary Info

Name : Locale

Developer two forty four a.m. LLC

Link https://market.android.com/details?id=com.twofortyfouram.locale

Size : Varies with device, Less than 1 MB on Galaxy S

Requires Android : 1.5 and up

Price : 3.99 $

 

พอดีว่าพึ่งจะลง Rom ใหม่ให้ Galaxy S อีกครั้ง .. แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ลืมนึกไปว่า SMS มันหายหมด .. เพราะเดี๋ยวนี้ SMS มันเก็บไว้บนเครื่องแล้ว ไม่ได้เก็บไว้บน Sim card เหมือนเมื่อก่อน (จริงๆยังเก็บในซิมเหมือนเดิมก็ได้ แต่ไม่มีใครใช้แล้ว)

 

หลังจากลงรอมใหม่เสร็จ (แน่นอนว่า SMS เดิมหายหมดแล้ว) ก็ดัีนเจอเจ้าโปรแกรมนี้  SMS Backup เจ๋งมวากกเลย

การทำงานอธิบายง่ายๆคือโปรแกรมทำการแปลง SMS บนเครื่องเป็นอีเมล แล้วใช้ Protocol IMAP ส่งไปเก็บไว้บน Gmail (นี่ง่ายแล้วหรอวะ)

 

โดยโปรแกรมจะทำการหาชื่อ (หรือ email) ของคนที่ส่ง SMS หาเราจาก contact .. แล้วก็เอาไปเป็น Sender ของ mail ที่ส่งไปเก็บด้วย

หน้า Settings

พูดง่ายๆก็คือ เราจะเห็นเหมือนว่าคนที่ส่ง SMS หาเราคนนั้น เป็นคนเมลมาหาเรานั่นเอง

 

สิ่งที่โปรแกรมนี้ทำได้อีกอย่างก็คือ มันจะปะ Label SMS (เปลี่ยนได้) ให้เราด้วย .. รวมทั้งยังสามารถ Mask as read อีเมลนั้นให้เราด้วย

Advance Settings

สุดท้ายก็เลยกลายเป็นการ Backup SMS ไปไว้บน Gmail อย่างสมบูรณ์

แถมหน่อยนึงว่า ถ้า Contacts ของเรามี Email คนนั้นๆอยู่ด้วย เราสามาารถ replay กลับไปทาง email นั้นได้เลยด้วยแหล่ะ

 

แถมวิธีการเปิดใช้ IMAP ของ Gmail 

- เข้า Gmail ของเรา

- เข้าหน้า Mail Settings

- เลือกแท็บ Forwarding and POP/IMAP

- เลือก Enable IMAP

- Save

วิธี Enable IMAP บน Gmail

 

Summary Info

Name : SMS Backup

Developer : Christoph Studer

Link https://market.android.com/details?id=tv.studer.smssync

Size : 223 KB

Requires Android : 1.5 and up / Gmail Acc with IMAP enabled

Price : Free

 

© 2011 iKaew Suffusion theme by Sayontan Sinha