Kaew

May 042012
 

วันนี้มีโอกาสไปลองกินร้านอาหารร้านนึงที่ชื่อว่า Dine in the Dark หรือเค้าเรียกย่อๆว่า DID


ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อร้านนี้ คือหัวหน้าที่มาจากอังกฤษเค้าไปกินมา แล้วมาเล่าให้ฟัง ..

 

แน่นอนว่าเรื่องกินนี่ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว วันนี้เลยได้มีโอกาสไปลองมา

 

เริ่มจาก ห้องอาหารนี้ มีคอร์สให้เราเลือกได้แค่สามอย่าง คือ อาหารไทย, International หรือมังสะวิรัติ

 

กับเพิ่มเติมได้ว่าไม่กินอะไรบ้าง … แค่นั้น !!

 

หลังจากเลือกอาหารและเครื่องดื่มเสร็จ .. สิ่งที่ต้องทำคือเอาโทรศัพท์มือถือใส่กล่องล็อคเก็บไว้ข้างนอก

 

แล้วจะมีพนักงานเสริฟ ซึ่งที่นี่จะเรียกว่าไกด์ .. มาพาเราเข้าไปยังโต๊ะอาหาร พร้อมทั้งจะเป็นบริกรให้เรา ดูแลเราตลอดมือนี้

 

ซึ่งไกด์ทุกคนที่นี่ เป็นคนตาบอด !!!  … ครั้งนี้ที่ไปได้ “พี่หมู” มาเป็นไกด์ให้

 

เริ่มจากเดินเกาะไหล่พี่หมู เดินเข้าไป เลี้ยวซ้าย .. เลี้ยวขวาอีกนิดหน่อย รู้สึกอีกทีก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรแล้ว

 

ที่ว่ามองไม่เห็นนี่คือมองไม่เห็นอะไรเลยจริงๆนะ มืดกว่าที่เคยเจอมาทั้งหมด … ชนิดที่ว่าเอามือมาโบกๆข้างหน้า ยังไม่เห็นด้วยซ้่ำไป

 

หลังจากเดินเกาะๆมานั่งที่โต๊ะ พี่หมูก็จะแนะนำสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ .. ด้านซ้ายเป็นซ้อม ด้านขวามีมืดกับช้อน ถัดไปอีกนิดเป็นผ้ากันเปื้อน

 

ถัดไปด้านบนอีกนิดจะเป็นแก้วน้ำเปล่า .. ซึ่งหลังจากนั่งหายใจและทักทายกันแป๊บนึง พี่หมูก็จะเอาเครื่องดื่มมาเสริฟ

 

แล้วตามมาด้วย Appetizer … ต้องบอกว่าตอนนั้นตื่นเต้น สิ่งที่ทำได้คือ เอาช้อนจิ้มๆลงไป แล้วเอามาแตะปลายลิ้น ..

Appetizer

 

ผมสั่งเซ็ต International .. Appetizer ที่รู้สึกได้คือ เส้นๆกรอบๆ (คิดในใจว่าเป็นฟาง) .. มีผัก น้ำราด แคนตาลูปด้วยชิ้นนึง กับปลาหมึก

 

ตอนกินนี่ถ้ามีกล้องถ่ายก็คงตลกพิลึก ..

 

บางคำตักเข้าปากโดยไม่มีอะไรเลย .. บางคำหมี่กรอบเต็มปากมูมมามม .. บางคำก็เป็นผักชิ้นใหญ่โค้งงอมาถึงจมูก

 

นั่งกินไปแป๊บนึงพี่หมูก็จะมาถามอยู่เรื่อยๆว่าเรียบร้อยมั๊ย รสชาติเป็นไงบ้าง กินอะไรเข้าไปแล้วบ้าง …

Main course

 

ถัดมาเป็นจานหลัก .. เป็นเป็ดในซอสอะไรซักอย่าง .. กับผัก … แล้วก็มีส้มสองชิ้น ..

 

จริงๆแล้วส้มเนี่ยมารู้ทีหลัง ตอนกินนี่ตกใจมาก .. อะไรดึ๋ยๆเอาลิ้นดันๆแล้วมีน้ำเปรี้ยวๆออกมาเต็มเลย .. แต่ว่าหาอีกก็ไม่มีแล้ว สนุกดี :)

 

ของหวาน .. เป็นครีม ข้างในเป็นไอติม .. ข้างๆเป็นฟรุตสลัด .. รสชาติแตกต่างกันสนุกปากดี

 

….

 

สรุปสิ่งที่ได้จากอาหาารมื้อนี้จริงๆคงอยู่ที่ึความรู้สึกมากกว่า .. เพิ่งรู้ว่าตาเราสามารถมองไม่เห็นได้ขนาดนี้ .. มันมืดมากก

 

ชนิดที่คำว่า มืดแปดด้าน ยังน้อยไปด้วยซ้ำ .. ไม่ต้องสนใจว่าอาหารหน้าตาเป็นไง .. ไม่ต้องเห็นอะไรทั้งนั้น

 

ประสาทสัมผัสอื่นๆทำงานได้ดีอย่างหน้าประหลาด … ตื่นเต้นในทุกๆคำที่ตักเข้าปาก :)

 

อีกอย่างที่รู้สึกได้ดีคือ เมือตอนอยู่ข้างนอก พี่หมูดูเป็นคนที่ต้องการความช่วยเหลือ .. แต่เมื่อเราเดินเข้าไปในดินแดนของเค้า …

 

เราตังหากที่ต้องการความช่วยเหลือ .. พี่หมูสามารถรินน้ำใส่แก้วได้อย่างพอดี ถ้าเป็นเราก็คงหกไปนานแล้ว

 

พี่หมูสามารถรู้ด้วยว่าอาหารที่ถือมาเป็นของใคร … พาเราเดินเข้าเดินออกร้านอาหารได้โดยไม่ชนแขกคนอื่นๆซักนิด

 

… สุดท้าย ก็ขอเชิญชวนนะคับ .. ลองมาเป็นคนตาบอดกันซักมื้อ .. คิดว่าแต่ละคนน่าจะได้อะไรไม่เหมือนกัน …

 

แล้วจะได้รู้จักความมืด .. ว่ามันมืดกว่าที่คิดจริงๆ :)

 

ปล. ข้อมูลร้านนี้ ดูได้ที่ http://didexperience.com/ หรือ https://www.facebook.com/DineintheDark

ปล2. ขออภัยที่รูปเป็นแบบนี้ .. แต่คิดว่ามันสื่อได้ดีกว่าอะไรทั้งหมดจริงๆ :)

Apr 072012
 

หลังจากที่โทลเวย์ติดกล้องจับความเร็วแบบใหม่แล้วขับผ่านไปสามสี่รอบ ..

 

เลยลองอัดวิดีโอมาให้ดูว่าไอกล้องจับความเร็วที่ว่าหน้าตาเป็นยังไง ..

 

ลองตัดๆดู ได้ตามวิดีโอข้างล่างนี้ .. :)

เข้าใจว่ามีกล้องเป็นระยะๆ จากที่เห็นด้วยตัวเองขาออกจากลาดพร้าวถึงรังสิตที่เห็นก็สามตัว ตามแผนที่ด้านล่าง

ไม่ได้สนับสนุนให้ขับรถเร็ว แต่ก็รู้เรื่องพวกนี้ไว้บ้างก็ดี ^_^

Mar 302012
 

จริงๆสมัครเรียนโทมันอาจจะไม่ได้ยากเย็นขนาดนี้ ..

 

ถ้าเราไม่ทันให้มันยากเอง …

 

เรื่องของเรื่องคือว่า เดือนที่ผ่านมาต้องไปอังกฤษ …แต่ดันไม่ได้ส่งเอกสารหลักฐานการสมัคร

 

ดวงดีมากที่ระหว่างอยู่ที่อังกฤษ เจ้าหน้าที่ของบัญชีจุฬาฯ เค้าโทรไปแต่ไม่ได้รับ

 

แล้วเราก็ดันเอะใจ ลองเอาเบอร์ไป Search ดู (ซึ่งมี Miss call ประมาณ 10 เบอร์ แต่ลอง Search แค่เบอร์เดียว)

 

ลองโทรกลับไป เลยรู้ว่างานเข้าแล้ว .. เพราะจะไม่มีสิทธิสอบสัมภาษณ์เอา ><~~

 

หลังจากนั้น ความเดือดร้อนได้แผ่ไปสู่วงกว้างอย่างรวดเร็ว เดือดร้อนกันถ้วนหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน :)

 

ต้องขอขอบคุณผู้มีอุปการะคุณดังต่อไปนี้ ที่ทำให้ผมได้เข้าเรียนปริญญาโทจนได้ ;)

 

ขอบคุณ เป็ด เหมือน น้าโอ น้าพร คุณตาคุณยาย … ที่ช่วยค้นหาเอกสารทั้งหลาย ทั้งปีนประตูบ้าน คุ้ยห้อง แล้วเอาไปส่งให้ที่จุฬาฯ :)

ขอบคุณ พี่ฝน กะแม่ ที่ไปรับที่สนามบิน .. ทำให้หลังจากออกจากเครื่องบินชม.เดียวก็สามารถไปอยู่ที่จุฬาฯ เพื่อรอสอบสัมภาษณ์ได้

ขอบคุณ พี่เจด้า สำหรับใบรับรองงาน ที่ได้เร็วปานสายฟ้าแลบ

และขอขอบคุณ พี่เมย์ พี่กร พี่ป๋อม ที่ช่วยเขียน Recommendation ให้ในเวลาอันจำกัดครับ

 

ใช้ดวงไปมากเหลือเกิน สำหรับการเรียนโทครั้งนี้ …

 

แล้วเจอกัน … ครับ